จัดทำโดยกลุ่ม ของสมาชิกในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 โรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล
วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556
วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556
วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556
ประวัติการใช้งานคฤหาสน์กูเด็น
ประวัติการใช้งานคฤหาสน์กูเด็นตามลำดับ ตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน
พ.ศ ๒๔๔๕ - พ.ศ ๒๔๗๕
เป็นบ้านพักของพระยาภูมนารถภักดี
เป็นศูนย์กลางการปกครอง
เจ้าเมืองคนต่อมา สมเด็จเจ้าฟ้านครสวรรค์ศักดิพินิจพร้อมด้วยพระชายาเสด็จประทับแรม
พ.ศ ๒๔๘๓
ใช้เป็นที่รองรับจอมพล ป. พิบูลสงครามมาเยือนสตูล
พ.ศ ๒๔๘๔
เป็นกองบัญชาการทหารญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ ๒
หลังสงครามสงบใช้ทำสำนักงานเทศบาล
พ.ศ. ๒๔๙๐ - พ.ศ. ๒๕๐๖
เป็นศาลากลางจังหวัดสตูล
พ.ศ. ๒๕๐๘ - พ.ศ. ๒๕๐๙
เป็นที่ทำการอำเภอเมืองสตูล
พ.ศ. ๒๕๐๙ ปลายปี
เป็นโรงเรียนเทศบาล
เป็นสำนักงานกองรักษาความมั่นคงภายใน
พ.ศ. ๒๕๓๒
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๑
ได้รับการจัดตั้งเป็นพิพิธภัณพสถานแห่งชาติ เมื่อ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๗
วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2556
จากอดีต จนถึงปัจจุบัน
ศาลาว่าการเมืองสตูล ปัจจุบันคือ ศาลากลางจังหวัดสตูล
สมาคมวัฒนธรรมหญิง ปัจจุบัน โรงเรียนอนุบาลสตูล
จวนพระยาภูมนารถภักดี ปัจจุบัน โรงแรมพินนาเคิลวังใหม่
โรงพยาบาลสตูลหลังแรก ปัจจุบัน สาธารณะสุขจังหวัดสตูล
โรงเรียนสตูลวิทยาในอดีต ปัจจุบัน โรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์
แหล่งข้อมูล จากพิพิธฑภัณฑสถานแห่งชาติ คฤหาสน์กูเด็น
วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556
เงาะป่าหรืออีกอย่าง ซาไก
เงาะป่า หรือ ซาไก
ความเป็นมา
เงาะป่า หรือ ซาไก เป็นชนเผ่าดั้งเดิม หรือมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์กลุ่มหนึ่ง ที่อาศัยตามแนวเขานครศรีธรรมราช ทิวเขาสันกาลาคีรี และทิวเขาภูเก็ต ทิวเขาทั้งสามถือเป็นกระดูกสันหลังของภาคใต้ ชาวพื้นเมืองกลุ่มนี้ยึดครองเป็นเจ้าถิ่นมาช้านานแล้ว เมื่อ ๑๐๐ ปีก่อน ปรากฎหลักฐานพอเชื่อถือได้ว่า มีชาวพื้นเมืองอาศัยอยู่ ตามจังหวัดกระบี่ ตรัง นครศรีธรรมราช สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส พัทลุง รวม ๙ จังหวัด ทุกวันนี้อาศัยอยู่ไม่กี่จังหวัด เช่น ตรัง สตูล พัทลุง ยะลา นราธิวาส สงขลา สมัยก่อนทิวเขาเหล่านี้มีความอุดมสมบูรณ์ ผลไม้ป่า สัตว์ป่า ทำให้พวกเงาะป่า หรือ ซาไก อยู่อย่างสะดวกสบาย พวกนี้จะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เดินทางเร่ร่อน ตามรอยต่อของจังหวัดตรัง พัทลุง สตูล สงขลา และเตลิดเปิดเปิงไปยะลา ข้ามเขตไปประเทศมาเลเซีย เมื่อป่าไม้ถูกทำลาย ความอุดมสมบูรณ์ลดลงเป็นอันมาก ชาวป่าไม่มีที่อยู่อาศัย กลุ่มใหญ่เข้าป่าไปอยู่มาเลเซีย เพราะ ป่ายังอุดมสมบูรณ์ กลุ่มหนึ่งกลายเป้นคนเมืองทางราชการจัดที่ให้ อาศัยเป็นหลักแหล่งที่อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด
ปัจจุบัน เงาะป่า หรือซาไกในจังหวัดสตูล มี ๓ จุด พวกแรกอยู่อำเภอทุ่งหว้า
ชุดที่ ๒ อยู่กิ่งอำเภอมะนัง ชุดที่ ๓ อยู่น้ำตกปาหนัน อำเภอควนโดน บางครั้งมีการอพยพไปอยู่อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา บริเวณทุ่งมะปราง
พวกเงาะป่า หรือซาไก มีเรียกกันหลายชื่อ เช่น มาเลเซีย เรียกว่า "โอรัง อัสลี"
แปลว่าคนพื้นเมือง นักมนุษยวิทยา เรียกว่า
ซาไก,สินอย,เซมัง จะเรียกต่างกัน รูปร่างค่อนข้างเตี้ย สูงราว ๑๔๐ - ๑๕๐ ซม. หญิงเตี้ยกว่าชาย ผิวดำค่อนข้างไหม้ ไม่ดำสนิท กะโหลกศีรษะกว้าง ผมดำหยิกขมวดเป็นก้นหอยติดหนังศรีษะ หยิกฟู คิ้วโตดกหนา นัยตาสีดำกลมโต ขนตางอนยาว จมูกแบน ปากกว้างริมฝีปากหนา ฟันซี่โต ใบหูเล็ก ท้องป่อง ตะโพกแฟบ นิ้วมือนิ้วเท้าใหญ่ แข็งแรงล่ำสัน แบ่งได้ ๔ กลุ่ม |
วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2555
แหล่งมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สำคัญ
๑. วัดชนาธิปเฉลิม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๕ ไม่ปรากฎหลักฐานว่าผู้ใดสร้าง เดิมชื่อ วัดมำบัง ปี พ.ศ ๒๔๘๒ เปลี่ยนชื่อเป็น วัดชนาธิปเฉลิม
๒. วัดมงคลมิ่งเมือง สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๗ ชาวบ้านนิยมเรียกวัดป่าช้าจีน เดิมอยู่บริเวณ สุสานจีน
๓. ตึกแถวถนนบุรีวานิช สร้างขึ้นเมื่อประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๕ เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน
๔. เขาโต๊ะพญาวัง เป็นเขาหินปูนขนาดเล็ก มีถ้ำหินงอกหินย้อยอยู่ภายในบริเวณเชิงเขา เทศบาลใช้ตกแต่งเป็นสวนสาธารณะ
๕. บ้านพักพักพระยาสมันตรัฐบุรินทร์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๗ ใช้เป็นบ้านพักของท่านสมัยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล
๖. ป่าชายเลน เป็นตัวอย่างป่าชายเลนที่ทางส่วนราชการประกาศใช้ให้เป้นป่าตัวอย่าง
๒. วัดมงคลมิ่งเมือง สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๗ ชาวบ้านนิยมเรียกวัดป่าช้าจีน เดิมอยู่บริเวณ สุสานจีน
๓. ตึกแถวถนนบุรีวานิช สร้างขึ้นเมื่อประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๕ เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน
๔. เขาโต๊ะพญาวัง เป็นเขาหินปูนขนาดเล็ก มีถ้ำหินงอกหินย้อยอยู่ภายในบริเวณเชิงเขา เทศบาลใช้ตกแต่งเป็นสวนสาธารณะ
๕. บ้านพักพักพระยาสมันตรัฐบุรินทร์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๗ ใช้เป็นบ้านพักของท่านสมัยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล
๖. ป่าชายเลน เป็นตัวอย่างป่าชายเลนที่ทางส่วนราชการประกาศใช้ให้เป้นป่าตัวอย่าง
![]() |
| วัดชนาธิปเฉลิม |
![]() |
| ถนนบุรีวานิช |
![]() |
| วัดมงคลมิ่งเมือง |
![]() |
| ป่าชายเลน |
![]() |
| เขาโต๊ะพญาวัง สตูล |
![]() |
| บ้านพระยาสมันตรัฐบุรินทร์ |
วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555
ประวัติพระยาภูมินารถภักดี เจ้าผู้ครองนครสโตย
มหาอำมาตย์ตรีพระยาภูมินารถภักดี เดิมชื่อ ตนกู บาฮารุดดิน บินกูแมะ เป็นบุตรคนที่ ๖ ของนายกูแมะและนางเจ๊ะจิ เกิดที่ตำบล อลอร์สตาร์ อำเภอออลร์สตาร์ รัฐเคดะ (ไทรบุรี) เมื่อ พ.ศ.๒๓๙๑ มีพี่น้องร่วมบิดา ๗ คนเป็น ชาย ๔ คน หญิง ๓ คน พระยาภูมินารถภักดีมีภรรยา ๔ คน มีบุตรธิดา ๗ คน โดยสมรสกับนางสาวเจ๊ะโสมมีบุตรด้วยกัน ๑ คน สมรสกับนางสาวเจ๊ะด๊ะมีบุตรด้วยกัน ๑ คน สมรสกับนางสาวเจ๊ะเต๊ะเชื้อสายคนจีนชาวตำบลฉลุง (บ้านจีน) มีบุตรด้วยกัน ๒ คน ต่อมาสมรสกับนางสาวหวันเต๊ะฮะอุรามีบุตรธิดาด้วยกัน ๓ คน พระยาภูมินารถภักดี คือ ต้นตระกูล บินตำมะหงง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในจังหวัดสตูล
ตนกูบาฮารุดดิน เริ่มชีวิตการรับราชการด้วยการเป็นเสมียน ต่อมาดำรงตำแหน่งพัศดีเรือนจำที่เมืองอลอร์สตาร์ หลังจากนั้นได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการฝ่ายปกครองชั้นสูงทางฝ่ายไทรบุรี ในปี พ.ศ. ๒๔๓๘ เมืองไทรบุรีได้ส่งตนกูบาฮารุดดิน มาช่วยราชการเมืองสตูล เนื่องจากพระยาอภัยนุราชเจ้าเมืองสตูลป่วย ไม่สามารถบริหารบ้านเมืองให้เกิดผลดีได้ กระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๔๐ สตูลว่างเจ้าเมือง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองไทรบุรี เปอร์ลิส และสตูล เป็นเขตการปกครองเดียวกัน ขึ้นต่อมณฑลภูเก็ตและทรงแต่งตั้งตนกูบาฮารุดดิน ให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าเมืองสตูล สืบต่อมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๔๓ โดยให้ลงนามลงในหนังสือราชการว่า
"ตนกูบาฮารุดดินบินกูแมะ"ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯเป็นหลวงอินทรวิชัยและพระยาอิินทรวิชัย ตามลำดับ
ตำแหน่งสุดท้ายคือ มหาอำมาตย์ตรี พระยาภูมินารถภักดี จางวาง กำกับเมืองสตูล ท่านดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองสตูลอยู่ ๑๔ ปี ออกจากราชการเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๗ และถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๕ อายุรวม ๘๓ ปี ได้ทำพิธีฝังศพที่สุสานมากามาฮา ซึ่งเป็นที่ดินของท่านที่ได้อุทิศไว้สำหรับฝังศพชาวมุสลิมทั่วไปด้วย สุสานแห่งนี้ชาวบ้านเรียกว่า สุสานพระยาภูมินารถ ตั้งอยู่ที่ถนนสตูลธานี ซอย ๑๗ (กูโบร์)
ผลงานหรือเกียรติคุณที่ได้รับ
แม้ว่าจะมิได้สืบสายเจ้าเมืองสตูลเดิม แต่ท่าน ตนกูบาฮารุดดินบินกูแมะ ฏ้เป็นนักปกครองที่มีความสามารถ ท่านรู้แตกฉานทั้งภาษาไทยและภาษามลายู จึงสามารถประสานความร่วมมือทั้งท้องถิ่นและทางราชการได้ดี ในยุคที่ตนกูบาฮารุดดินเป็นเจ้าเมือง เมืองสตูลมีความเจริยขึ้นอย่างรวดเร็ว เศรษฐกิจได้ผลจากการค้ารังนกและพริกไทยเป็นอันมากทั้งยังเป็นศูนย์กลางรับซื้อขายสินค้าทั้งจากปีนังและภูเก็ต จนทำให้เมืองสตูลได้ชื่อว่า "นัครีสะโตยมัมบังสการา"(Negeri Setol Mum Bang Segara) หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า สตูล เมืองแห่งพระสมุทรเทวา และเป็นหัวเมืองที่มีความสำคัญมากในยุคนั้น กล่าวกันว่าท่านมีความสนิทสนมกับทางราชการกรุงสยามเป็นพิเศษ ถึงกับสั่ง"บุหงามาศ"
เครื่องราชบรรณาการถวายต่อราชสำนักสยามโดยตรง โดยไม่ผ่านเมืองไทรบุรี
เมืองสตูลได้แยกจากเมืองไทรบุรีอย่างเด็ดขาด ตามหนังสือสัญญาไทยกับอังกฤษ เรื่องปักปันเขตแดนระหว่าง ไทยกับสหพันธรัฐมลายู ซึ่งลงนามกันที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ร.ศ.๑๒๗
(พ.ศ.๒๔๕๒) จากหนังสือสัญญานี้ ยังผลให้ไทรบุรีและเปอร์ลิสตกเป็นของอังกฤษส่วนสตูลคงเป็นไทยสืบมาจนถึงปัจจุบัน
"พระยาภูมินารถภักดี"เคยใช้กุศโลบายอันแยบยล รักษาพื้นที่ "เกาะตะรุเตา อาดังราวีและเกาะหลีเป๊ะ"ให้ยังคงอยู่ในเขตราชอาณาจักรไทยไม่ตกไปอยู่ในมือเจ้าอาณานิคมอังกฤษ ที่พยายามจะล้ำเส้นเขตแดนเข้ามาฮุบไป...ถ้าไม่มีเจ้าเมืองสตูลที่มีความสามารถรอบคอบอย่างท่าน ป่านนี้เกาะหลีเป๊ะอันแสนงาม คงอยู่ในเขตประเทศมาเลเซียเหมือนเกาะลังกาวีแล้ว
พระยาภูมินารถภักดี เป็นผู้มีความจงรักภักดีต่อแผ่นดินไทยบริหารบ้านเมืองด้วยความบริสุทธิ์ใจ ราษฎรอยู่กันอย่างสงบสุข มีความเจริญก้าวหน้า บ้านพักของพระยาภูมนารถภักดี คือที่ตั้งโรงแรมพินาเคิลวังใหม่ทุกวันนี้ ชาวสตูลสมัยก่อนนิยมเรียก วังเก่า หมายถึง คฤหาสน์ หรือ จวน ของผู้ว่าราชการเมือง หรือเจ้าเมือง เมืองสตูลถูกปกครองด้วยเชื้อสายของพระยาไทรบุรี ระหว่างปี พ.ศ. ๒๓๘๒-๒๔๔๓ เป็นเวลากว่า ๖๐ ปี พระยาภูมนารถภักดีจึงเป็นผู้ว่าราชการเมืองสตูลคนแรกที่เป็นคนธรรมดาสามัญ ไม่มีเชื้อสายของเจ้าพระยาไทรบุรีแต่อย่างใด พระยาภูมินารถภักดี เป็นนักปฏิรูปบ้านเมืองจนพัฒนาเมืองสตูลขึ้นต่อมณฑลภูเก็ต มีพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีเป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑล เป็นผู้นำสำคัญอยู่ด้วย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




.jpg)

.jpg)


.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)